
ไอคอสผิดกฎหมายในประเทศไทยหรือไม่?
ผิดกฎหมาย ทั้งการนำเข้าและการจำหน่ายไอคอสในประเทศไทยเข้าข่ายผิดกฎหมายตามคำสั่งจากหน่วยงาน ที่กำกับดูแลความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ซึ่งครอบคลุมถึงบุหรี่ไฟฟ้าทุกประเภทรวมถึงผลิตภัณฑ์ ยาสูบแบบให้ความร้อน หน่วยงานติดตามกฎหมายควบคุมยาสูบระหว่างประเทศจัดให้ไอคอสอยู่ในขอบเขตนี้
ข้อสรุปนี้อ้างอิงจากตัวบทกฎหมายสองฉบับที่จะอธิบายรายละเอียดในหัวข้อถัดไป ไม่ใช่การตีความ จากประสบการณ์ส่วนตัวหรือคำบอกเล่าต่อกันมา

กฎหมายฉบับไหนที่ห้ามนำเข้าและจำหน่ายไอคอสในไทย?
มีสองฉบับหลัก ฉบับแรกคือประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2557 ที่ห้ามนำเข้าบารากู่ไฟฟ้าและบุหรี่ไฟฟ้า เข้าประเทศไทย ออกตามพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 ฉบับที่สองคือคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการที่ 24/2567 ที่ห้ามจำหน่าย
ประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับ พ.ศ. 2557 ข้อ 4 ระบุห้ามนำเข้าบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาใน ราชอาณาจักรโดยตรง ส่วนคำสั่งคณะกรรมการฉบับ 24/2567 มาตรา 3 ระบุห้ามผู้ประกอบธุรกิจผลิตเพื่อ จำหน่าย จำหน่าย หรือให้บริการบารากู่ไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้า หรือสารเคมีและน้ำยาที่ใช้กับอุปกรณ์เหล่านี้ ทั้งสองฉบับเผยแพร่คำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดยหน่วยงานติดตามกฎหมายควบคุมยาสูบระหว่างประเทศ ซึ่งลิงก์ไปยังเอกสารต้นฉบับไว้ในส่วนแหล่งอ้างอิงท้ายหน้านี้

คำสั่งฉบับ 24/2567 ต่างจากคำสั่งเดิมปี 2558 อย่างไร?
คำสั่งฉบับ 24/2567 ยกเลิกคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฉบับที่ 9/2558 ไปแล้วอย่างชัดเจน ตามข้อ 1 ของคำสั่งฉบับใหม่ เหตุผลที่ระบุไว้ในตัวคำสั่งคือคำสั่งเดิมปี 2558 ไม่ครอบคลุมการผลิต เพื่อจำหน่าย และไม่มีคำนิยามที่ชัดเจนพอ จึงต้องออกคำสั่งใหม่มาแทนที่
ผู้อ่านที่พบบทความหรือแหล่งข้อมูลอื่นที่ยังอ้างอิงคำสั่งปี 2558 อยู่ควรทราบว่าคำสั่งฉบับนั้น ถูกยกเลิกไปแล้วตั้งแต่คำสั่งฉบับ 24/2567 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2567 และประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2567 ฉบับที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันจึงเป็นฉบับ 24/2567 เพียงฉบับเดียวสำหรับประเด็นการผลิตเพื่อจำหน่ายและการจำหน่าย

ทำไมหน่วยงานถึงตีความว่าไอคอสเป็นบุหรี่ไฟฟ้าตามกฎหมายนี้?
เพราะนิยามในตัวคำสั่งเขียนไว้กว้าง ครอบคลุม 'อุปกรณ์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าผลิตควันหรือไอที่คล้าย ควันบุหรี่ เพื่อสูบในลักษณะเดียวกับการสูบบุหรี่' ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าแบบน้ำยาเท่านั้น หน่วยงานติดตามกฎหมายควบคุมยาสูบระหว่างประเทศจึงจัดผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย
ตัวคำสั่งฉบับ 24/2567 เองไม่ได้เอ่ยชื่อผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนหรือชื่อแบรนด์ใดโดยตรง แต่การตีความว่าอุปกรณ์กลุ่มนี้เข้าข่ายคำนิยามเป็นการวิเคราะห์ของหน่วยงานติดตามกฎหมายควบคุม ยาสูบระหว่างประเทศที่อ้างอิงจากถ้อยคำในตัวคำสั่งโดยตรง ผู้อ่านสามารถอ่านตัวบทเต็มได้จากลิงก์ แหล่งอ้างอิงท้ายหน้านี้

ผิดกฎหมายเฉพาะการนำเข้าและจำหน่าย หรือรวมถึงการครอบครองด้วย?
กฎหมายทั้งสองฉบับเขียนขอบเขตไว้ที่การนำเข้าและการจำหน่าย/ผลิตเพื่อจำหน่ายโดยตรง ไม่ได้มี บทบัญญัติที่เอ่ยถึงการครอบครองส่วนบุคคลแยกเป็นความผิดต่างหากอย่างชัดเจนในตัวบทที่ตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม การครอบครองมักเกี่ยวโยงกับข้อเท็จจริงเรื่องการนำเข้าอยู่ในตัว
เว็บไซต์นี้ไม่มีข้อมูลยืนยันจากแหล่งต่างประเทศที่ตรวจสอบได้ว่ามีบทบัญญัติแยกเฉพาะสำหรับการ ครอบครองเพื่อใช้ส่วนตัวหรือไม่ ผู้อ่านที่ต้องการความชัดเจนในประเด็นนี้ควรตรวจสอบกับหน่วยงาน ราชการไทยที่เกี่ยวข้องโดยตรง เนื่องจากการบังคับใช้และการตีความอาจเปลี่ยนแปลงได้

มีโทษอย่างไรหากฝ่าฝืนกฎหมายเหล่านี้?
มีทั้งโทษปรับและโทษจำคุกตามที่กฎหมายแต่ละฉบับกำหนดไว้ โดยความรุนแรงของโทษขึ้นอยู่กับลักษณะ ความผิดและผลกระทบที่เกิดขึ้น เว็บไซต์นี้ไม่ระบุตัวเลขโทษปรับเป็นจำนวนเงินเนื่องจากยังไม่สามารถ ยืนยันได้ชัดเจนว่าตัวเลขใดใช้บังคับกับกรณีใดบ้าง ผู้อ่านควรตรวจสอบกับหน่วยงานราชการโดยตรง
เอกสารคำสั่งฉบับ 24/2567 มีหมายเหตุแนบท้ายอธิบายกลไกบทลงโทษตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ผู้บริโภคสำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งจากคณะกรรมการ ซึ่งมีทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ ที่ความรุนแรงเพิ่มขึ้นตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง รายละเอียดตัวเลขที่แม่นยำอยู่ในเอกสารต้นฉบับ ภาษาอังกฤษที่ลิงก์ไว้ท้ายหน้านี้ ส่วนโทษสำหรับกรณีนำเข้าเพื่อใช้ส่วนตัวเป็นคนละกลไกกฎหมายและ ยังไม่มีตัวเลขที่ยืนยันได้จากแหล่งต่างประเทศในขณะที่เขียนหน้านี้

ปี 2568 มีกฎหมายฉบับใหม่ที่เปลี่ยนสถานะของไอคอสหรือไม่?
จากข้อมูลล่าสุดที่ตรวจสอบได้จากหน่วยงานติดตามกฎหมายควบคุมยาสูบระหว่างประเทศ ยังไม่พบคำสั่ง หรือประกาศฉบับใหม่ในปี 2568 (พ.ศ. 2568 ตรงกับ ค.ศ. 2025) ที่เปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมาย คำสั่งฉบับ 24/2567 ที่ออกในเดือนกรกฎาคม 2567 ยังคงเป็นฉบับที่ใช้บังคับอยู่จนถึงข้อมูลล่าสุด
หน่วยงานติดตามกฎหมายควบคุมยาสูบระหว่างประเทศปรับปรุงข้อมูลหน้ากฎหมายไทยล่าสุดเมื่อ 30 กันยายน 2568 โดยยังคงอ้างอิงคำสั่งฉบับ 24/2567 เป็นหลัก หากมีคำสั่งฉบับใหม่ออกมาในภายหลัง ทีมกองบรรณาธิการจะปรับปรุงหน้านี้ให้ตรงกับข้อมูลล่าสุดต่อไป

| ประเด็น | ประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2557 | คำสั่งคณะกรรมการฉบับ 24/2567 |
|---|---|---|
| สิ่งที่ห้าม (มีคำว่าห้ามกำกับ) | ห้ามนำเข้าบารากู่ไฟฟ้า/บุหรี่ไฟฟ้า | ห้ามผลิตเพื่อจำหน่าย จำหน่าย ให้บริการ |
| กฎหมายแม่บท | พ.ร.บ. การส่งออก-นำเข้าสินค้า พ.ศ. 2522 | พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค (แก้ไขเพิ่มเติม) |
| สถานะ ณ ข้อมูลล่าสุด | ยังมีผลบังคับใช้ ไม่มีข้อมูลว่าถูกยกเลิก | มีผลบังคับใช้ ยกเลิกคำสั่งฉบับ 9/2558 แล้ว |
กฎหมายสองฉบับที่เกี่ยวข้องมีขอบเขตต่างกันอย่างไรตามฐานข้อมูลกฎหมายควบคุมยาสูบ?
ฐานข้อมูล Tobacco Control Laws ของ Campaign for Tobacco-Free Kids แยกเครื่องมือทางกฎหมายของไทยออกเป็นสองชั้นที่ทำงานคนละจุด ชั้นแรกคือประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2557 ซึ่งเป็นกฎที่ด่านพรมแดน กล่าวคือห้ามไม่ให้บารากู่ไฟฟ้าและบุหรี่ไฟฟ้าผ่านเข้ามาในราชอาณาจักร ฐานข้อมูลระบุว่าประกาศฉบับนี้ใช้กับผลิตภัณฑ์ยาสูบให้ความร้อนด้วย เพราะนิยามของบุหรี่ไฟฟ้าในประกาศครอบคลุมอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าสร้างไอเพื่อสูบ
ชั้นที่สองคือข้อกำหนดฉบับที่ 24/2567 ของคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นกฎภายในประเทศที่มุ่งไปที่ผู้ประกอบธุรกิจ ฐานข้อมูลสรุปว่าฉบับนี้ห้ามการผลิตเพื่อจำหน่าย การจำหน่าย และการให้บริการอุปกรณ์กลุ่มนี้รวมถึงน้ำยาและสารเคมีที่ใช้ด้วย โดยออกภายใต้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ไม่ใช่กฎหมายศุลกากร ชั้นแรกจึงจัดการสิ่งที่ข้ามพรมแดน ชั้นที่สองจัดการสิ่งที่หมุนเวียนในประเทศ
ฐานข้อมูลยังบันทึกไว้ว่าไทยไม่มีกฎหมายที่ยอมรับผลิตภัณฑ์ยาสูบให้ความร้อนเป็นหมวดแยกที่มีการกำกับเฉพาะ สถานะของไอคอสในไทยจึงเกิดจากการตีความว่าเข้าข่ายนิยามบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ใช่จากกฎหมายที่เอ่ยชื่อผลิตภัณฑ์ยาสูบให้ความร้อนโดยตรง
คำแนะนำการเดินทางของรัฐบาลต่างประเทศอธิบายผลของการบังคับใช้ไว้อย่างไร?
คำแนะนำการเดินทางของรัฐบาลสหราชอาณาจักรฉบับปรับปรุงเดือนกันยายน 2569 ระบุเป็นถ้อยคำตรงว่าการครอบครองหรือใช้อุปกรณ์ไอระเหยรวมถึงอุปกรณ์แบบ heat-not-burn ในไทยผิดกฎหมาย และไม่มีข้อยกเว้นสำหรับนักท่องเที่ยวหรือการใช้ส่วนตัว หน้าเดียวกันบรรยายผลที่อาจตามมาไว้เป็นลำดับ ได้แก่ การยึดของ ค่าปรับซึ่งโดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 5,000 ถึง 30,000 บาท การควบคุมตัว และการดำเนินคดีในศาล โดยผู้ต้องหาอาจต้องอยู่ในไทยจนกว่าคดีจะสิ้นสุด
คำแนะนำ Smartraveller ของรัฐบาลออสเตรเลียให้ภาพจากอีกมุม โดยยกโทษสูงสุดที่กฎหมายไทยกำหนดสำหรับบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไอระเหย คือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท สำหรับการผลิต การนำเข้า การส่งต่อ หรือการจำหน่ายที่กฎหมายห้าม และจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท สำหรับการซ่อนเร้น การรับไว้ หรือการครอบครอง หน้าออสเตรเลียไม่ได้เอ่ยถึงอุปกรณ์ heat-not-burn เป็นชื่อเฉพาะ จึงอ้างเป็นบริบทของความเข้มงวดเท่านั้น
ตัวเลขจากสองแหล่งไม่ขัดกัน เพราะสหราชอาณาจักรบรรยายสิ่งที่พบโดยทั่วไป ส่วนออสเตรเลียยกเพดานสูงสุดตามตัวบท สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงสตอกโฮล์มเสริมว่าผู้ใช้อาจโดนจับกุมและกฎนี้ใช้กับชาวต่างชาติเช่นเดียวกับคนไทย หัวข้อนี้สรุปคำแนะนำทางการเท่านั้น
คำถามที่พบบ่อย
ประกาศกระทรวงพาณิชย์ปี 2557 ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่?
ยังมีเว็บไซต์อื่นอ้างอิงคำสั่งปี 2558 อยู่ ข้อมูลนั้นผิดหรือไม่?
หน้านี้บอกได้หรือไม่ว่ากรณีของฉันผิดกฎหมายหรือไม่?
ประกาศกระทรวงพาณิชย์ปี 2557 กับข้อกำหนดฉบับ 24/2567 ทำงานที่จุดเดียวกันหรือไม่?
คำแนะนำของสหราชอาณาจักรระบุช่วงค่าปรับไว้เท่าใด?
ไทยมีกฎหมายที่เอ่ยชื่อผลิตภัณฑ์ยาสูบให้ความร้อนโดยตรงหรือไม่?
แหล่งอ้างอิง
- Campaign for Tobacco-Free Kids — tobaccocontrollaws.org, Thailand: heated tobacco products, main policies (updated 30 Sep 2025)
- Decree of the Committee on Safety of Products and Services No. 24/2024 (unofficial translation)
- Notification of the Ministry of Commerce — Prohibition of importing Hookah and Electronic Hookah or Electronic cigarette into Thailand B.E. 2557 (unofficial translation)
- Thailand travel advice: safety and security — GOV.UK
- Thailand travel advice — Smartraveller (Australian Government)
- Ban on electronic cigarettes in Thailand — Royal Thai Embassy, Stockholm
อ่านเพิ่มเติม
เข้ากลุ่มผู้ใช้ IQOS
พื้นที่พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้ใช้งานไอคอสด้วยกันเอง ไม่ใช่ช่องทางการดำเนินการเชิงพาณิชย์ เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุครบ 20 ปีขึ้นไป
เข้ากลุ่มผู้ใช้ IQOS




